
1. Mirrors
2. Obfuscation
3. Disease, Injury, Madness
4. Fossil Genera - A Feed From Cloud Mountain
5. Desert of Song
6. Swim to the Moon
ก่อนจะเริ่มรีวิวงานชิ้นใหม่นี้ ผมขอย้อนความไปเมื่อประมาณปลายเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ Between the Buried & Me (BTBAM) กำลังจะออกงานชุดใหม่นี้อยู่พอดี ในช่วงนั้น พี่กี้ (อินดี้ป็อป) ได้แจ้งข่าวว่าทางวงจะเดินทางมาแสดงสดเพื่อสนับสนุนอัลบั้มของพวกเขาด้วย และนับเวลาจากวันที่เขียนงานชุดนี้แล้วก็คงจะเหลือเวลาอีกแค่เดือนกว่าๆเท่านั้นเอง คาดว่าคอโปรเกรสสีฟเมทัลและเมทัลคอร์คงจะไม่พลาดการแสดงสดของพวกเขาอย่างแน่นอน (ตัวผู้เขียนเองก็เช่นกัน) ในขณะนี้พวกเขากำลังเดินสายออกทัวร์เพื่อสนับสนุนงานชุดนี้อยู่ด้วยโดยมีวงเปิดคือ Cynic และน้าเดวิน ทาวน์เซนด์ ซึ่งหวนกลับมาในนาม Devin Townsend Project อย่างที่เคยเล่าไปรีวิวของน้าเดวินเมื่อคราวที่แล้วละครับ ส่วนวงเปิดของพวกเขาในบ้านเราก็คือ InVein วงเดธเมทัลภาคภาษาไทยรายล่าสุดในขณะนี้นั่นเอง
งานชุดนี้เริ่มแสดงให้เห็นว่าดนตรีของ BTBAM เริ่มมีภาวะที่เติบโตและดูมีความสุขุมมากกว่าเดิม แต่พวกเขาก็ยังไม่ทิ้งความซับซ้อนและหนักหน่วงลงไปแม้แต่น้อย ตรงข้าม ทั้งสองอย่างนี้กลับมีดีกรีที่เพิ่มขึ้นจากชุดก่อนอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถ้าจะให้เรียกว่าเป็นโปรเกรสสีฟเมทัลอย่างเต็มตัว (ถ้าไม่ขีดกับเสียงคำรามของทอมมี่นะครับ) ก็คงจะไม่ผิดประการใด แม้ว่าภาคดนตรีบางส่วนอาจจะได้รับอิทธิพลจากวงรุ่นพี่มาบ้างก็ตาม แต่ไม่ว่างานจะหนักหน่วงและซับซ้อนเพียงใดก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่างานชุดนี้มีรายละเอียดที่ค่อนข้างติดหูอยู่พอสมควร และชุดนี้เราจะได้พักผ่อนหูจากการฟังเพลงหนักด้วยการมีเพลงช้ามาคั่นด้วยหนึ่งเพลง
ทวินกีต้าร์ริฟของแต่ละเพลงในอัลบั้มนี้ดูจะเป็นจุดขายของวงไปเสียแล้ว เพราะมีทั้งความหนักหน่วงและซับซ้อนประกอบกันไปด้วย ซึ่งจะเสริมทั้งตัวดนตรีและเสียงคามของทอมมี่ให้มีพลังเข้าไปอีก แต่ภาคลีดนั้นก็ใช่ย่อย โดยเฉพาะท่อนผ่อนในบางเพลงที่เล่นออกมาได้นุ่มนวลมาก ส่วนท่อนโซโลในบางเพลงนี่คือพี่เปตรุชชี่มาเองโดยไม่ต้องสั่งครับ แต่ก็ให้สีสันที่ดีไปอีกแบบ ส่วนคีย์บอร์ดของพี่ทอมมี่คราวนี้ดูจะได้มีบทบาทมากขึ้นหน่อย ซึ่งซาวด์ที่เขาเล่นส่วนใหญ่จะค่อนข้างล้ำพอสมควร แต่ที่เด่นที่สุดก็คือซาวด์เปียโนในเพลง Fossil Genera ที่พี่แกเล่นได้สวิงจับใจ และพอขึ้นริฟกีต้าร์มาก็ให้บรรยากาศที่คล้ายๆกับ Diablo Swing Orchestra เสีย อย่างนั้นเลย (ฮา) ถือเป็นลูกเล่นที่ฉลาดเฉลียวดีครับ ส่วนภาคกลองและเบสนั้นก็คอยอุ้มเครื่องดนตรีชิ้นที่เหลือได้ดี ซึ่งทั้งสองชิ้นนี้จะพัฒนาเทคนิคัลแพทเทิร์นเพื่อรับกับความซับซ้อนที่มีมาก ขึ้นของภาคดนตรีอีกด้วย ส่วนที่เสริมขึ้นมาก็จะเป็นกีต้าร์โปร่งที่คอยเสริมเป็นช่วงๆ โดยเฉพาะช่วงที่ผ่อน หรือเพลงช้าหนึ่งเดียวในอัลบั้ม (ไม่นับ Mirrors ที่เป็นอินโทร) อย่าง Desert of Song ซึ่งได้พอล แวกโกเนอร์ หนึ่งในมือกีต้าร์คู่ของวงร้องด้วยนั่นเอง สำหรับเสียงคำรามของทอมมี่คงรักษามาตรฐานความเหี้ยมไว้ได้เช่นเดิม และเสียงคลีน (ที่มีน้อยหน่อย) ก็ยังไพเราะอีกด้วย อย่างในเพลงอินโทรอย่าง Mirrors ซึ่งใช้น้ำเสียงที่ค่อนข้างจะล่องลอยแต่ดูเป็นธรรมชาติมาก
เนื่องด้วยอัลบั้มนี้มีแค่หกเพลงเท่านั้น ทำให้เลือกเพลงที่เด่นๆได้ยากมาก นอกจากเพลงช้าอย่าง Desert of Song ที่ออกแนวลูกทุ่งอเมริกัน ที่ทั้งทอมมี่กับพอลร้องประสานได้ไพเราะ ถ้าเกิดทั้งคู่จับผลัดจับผลูมาทำสายอัลเทอร์เทีฟคันทรี่ก็คงจะเข้าท่าไม่น้อยเลยทีเดียวเชียว และถ้าอยากจะเอาภาคดนตรีให้ถึงกึ๋นก็ต้องเพลงที่ยาวที่สุด (ประมาณ 18 นาที) อย่าง Swim to the Moon ละครับ ซึ่งเพลงนี้ดูจะให้องค์ประกอบที่ครบเครื่องที่สุดแล้ว ทั้งอินโทรที่โชว์ความซับซ้อนของดนตรี ท่อนเวิร์สที่มีอิทธิพลฮาร์ดคอร์มาเอี่ยว ส่วนถ้าใครชอบด้านแจ๊สก็ลอง Fossil Genera ดูได้ครับ
งานชุดนี้ก็ถือเป็นพัฒนาการที่เข้มข้นขึ้นสำหรับ BTBAM ซึ่งเป็นวงดนตรีรุ่นใหม่เพียงที่กล้าทำแนวดนตรีที่ซับซ้อนอย่างโปรเกรสสีฟเมทัลได้อย่างถึงพริกถึงขิง และในอีกประมาณสองเดือนข้างหน้า เราก็จะได้สัมผัสกับการแสดงสดของพวกเขาแล้ว ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้นก็คงต้องติดตามในวันที่ 17 มีนาคม ศกนี้